วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ภาพที่ ๕๕ พระเทวทัตสำแดงฤทธิ์ให้อชาตศัตรูราชกุมารเลื่อมใส เพื่อให้รับเป็นโยมอุปัฏฐาก



ภาพที่ ๕๕
พระเทวทัตสำแดงฤทธิ์ให้อชาตศัตรูราชกุมารเลื่อมใส เพื่อให้รับเป็นโยมอุปัฏฐาก




การเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ของพรพุทธเจ้าครั้งแรก   ดังได้บรรยายมาแล้วนั้น  เป็นเหตุให้เจ้าชาย
ศากยะเสด็จออกบวชกันมาก  ในจำนวนนั้น  ที่มีชื่อเสียงและมีคนรู้จักกันดีจนถึงทุกวันนี้คือ  เจ้าอานนท์  หรือพระอานนท์ในเวลาต่อมา  นายภูษามาลาชื่ออุบาลี  หีอพระอุบาลี  และเจ้าชายเทวทัต


เทวทัตเป็นพระเชษฐาหรือพี่ชายของพระนางพิมพายโสธรา    ทุกคนที่ออกบวชพร้อมกันกับ
เทวทัต  ต่างได้บรรลุมรรคผลในเวลาต่อมาทั้งนั้น  แต่เทวทัตได้สำเร็จเพียงฌานชั้นโลกีย์   ฌานชั้นนี้ทำให้ผู้ได้สำเร็จแสดงฤทธิ์ได้เหาะก็ได้


ครั้งหนึ่ง    พระพุทธเจ้ากับพระสงฆ์จำนวนมากรวมทั้งพระเทวทัต    เสด็จไปถึงกรุงโกสัมพี  ชาวเมืองได้พากันออกมารับเสด็จ  และนำของมาถวายเป็นอันมาก   ถวายของแด่พระพุทธเจ้าแล้วก็ถวายสงฆ์  แต่ละคนเที่ยวถามไถ่กันว่า "พระสารีบุตรของข้าพเจ้าอยู่ที่ไหน  พระโมคคัลลานะของข้าพเจ้าอยู่ไหน" ฯลฯ  
เมื่อทราบแล้วก็นำของไปถวาย แต่ไม่มีใครเลยสักคนที่จะเอ่ยชื่อของพระเทวทัตว่า "พระเทวทัตของข้าพเจ้าอยู่ที่ไหน"


นั่นคือความไม่พอใจของพระเทวทัตที่เป็นสาเหตุให้พระเทวทัตก่อกรรม   หรือกระทำการรุนแรง  ในเวลาต่อมา


พระเทวทัตเข้าฌานโลกีย์   เนรมิตเป็นกุมารหนุ่มน้อยใช้งูมีพิษร้าย ๗  ตัว พันเป็นสังวาลตามตัว  ตัวหนึ่งพันหัวต่างผ้าโพก อีกสี่ตัวพันข้อมือข้อเท้า อีกตัวหนึ่งพันคอ และอีกตัวหนึ่งทำเป็นสังวาลเฉวียง
บ่า   เหาะเข้าไปในวัง  ลงนั่งบนพระเพลาของอชาตศัตรูผู้เป็นมกุฎราชกุมาร  และพระราชโอรสขอพระเจ้า
พิมพิสาร  ราชาแห่งแคว้นมคธ  เทวทัตแนะนำให้อชาตศัตรูปลงพระชนม์พระราชบิดา   แล้วเสด็จขึ้นครองราชย์เสีย   ส่วนตัวเองจะปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า   แล้วจะตั้งตัวเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ประกาศศาสนาใหม่


เวลาไปเฝ้าเจ้าชายอชาตศัตรู   พระเทวทัตเหาะไป   แต่ขากลับพระเทวทัตเหาะไม่ไหว  ต้องเดินกลับ  เพราะใจอกุศลเกิดขึ้น  ฌานโลกีย์เลยเสื่อมตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา